ค่าเฉลี่ย Facebook Post Engagement Rate กลางปี 2018

ต่อเนื่องจากข่าวเรื่อง Facebook post engagement ลดลง 50% ทาง The Flight 19 Agency จึงลองรวบรวมข้อมูล post engagement rate ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงต้นสิงหาคมจาก Facebook page ที่ทางเราดูแลอยู่ ซึ่งข้อมูลนี้มาจาก post ที่ซื้อโฆษณาแบบ engagement objective จำนวน 195 post และ post ที่ซื้อโฆษณาแบบ reach objective จำนวน 158 post การคำนวณ post engagement rate ใช้สูตรมาตรฐานคือ (total post engagement/total post reach) x 100

ข้อมูลที่รวบรวมมามีดังนี้

Post Engagement Rate โดยเฉลี่ยของ Post ที่ซื้อโฆษณาแบบ engagement objective แยกตามหมวดหมู่ธุรกิจ

Baby&Kid: 12.87%
Real Estate: 22.62%
Cosmetic: 28.71%
Insurance: 37.40%
Food: 18.96%
CSR: 14.41%
เฉลี่ยรวมกันทุกหมวดหมู่: 22.49%

Post Engagement Rate โดยเฉลี่ยของ Post ที่ซื้อโฆษณาแบบ reach objective แยกตามหมวดหมู่ธุรกิจ

Real Estate: 0.53%
Cosmetic: 0.36%
Insurance: 0.40%
Food: 0.26%
เฉลี่ยรวมกันทุกหมวดหมู่: 0.38%

ตามหลักการแล้วเราไม่ควรเปรียบเทียบ post engagement rate ของ post ที่มี objective ต่างกันเนื่องจากเมื่อเราซื้อโฆษณาให้ post เพื่อ engagement objective ระบบของ Facebook จะพยายามตามหาคนในกลุ่มเป้าที่เราเลือกไว้ที่มีแนวโน้มจะ engage กับ post นั้นๆ โดยที่จะไม่ได้ให้ความสำคัญกับยอด reach ทำให้ยอด reach จะต่ำมากๆเมื่อเทียบกับ post ที่ซื้อโฆษณาแบบ reach objective ที่เน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้เยอะที่สุด

แต่ทั้งนี้เราลองหาค่าเฉลี่ยของ post engagement rate จากทั้งสอง objective ใน post ของหมวดหมู่เดียวกันเพื่อดูภาพรวมของหมวดหมู่ธุรกิจนั้นๆ ซึ่งได้ข้อมูลดังนี้

Real Estate: 11.57%
Cosmetic: 14.53%
Insurance: 18.90%
Food: 9.61%
เฉลี่ยรวมกันทุกหมวดหมู่: 13.65%

ซึ่งถ้าเทียบข้อมูลจาก WeAreSocial ที่นำเสนอเมื่อต้นปี 2018 Facebook page ของประเทศไทยมีค่าเฉลี่ย post engagement rate อยู่ที่ 6.99%

อย่างไรก็ดี ข้อมูล average post engagement rate ที่สรุปในบทความนี้มีหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดตัวเลขดังกล่าว เช่น

  • กลุ่มเป้าหมายที่เลือก
  • ช่วงเวลาและระยะเวลาที่ซื้อโฆษณา
  • ความน่าสนใจของ content (รูปภาพ วิดีโอ เนื้อหา)
  • งบโฆษณาที่ใช้

และจากข้อแนะนำของ Facebook Agency Partner ผู้วางแผนลงโฆษณาควรจะจัดความเหมาะสมระหว่าง engagement objective และ reach objective เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนทั้งแบบ engager และ watcher แต่ที่สำคัญไม่ควรเน้นไปที่ engagement performance เพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อสองสามปีก่อนแต่ควรจะกลับไปดูที่ business objective เป็นหลัก ตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนเราต้องการเพิ่ม page like แต่ตอนนี้ควรจะเป็นการหาลูกค้าใหม่ๆที่สนใจสินค้า/บริการที่เรานำเสนอโดยไม่จำเป็นต้องกด like page ก็ได้

และการสร้าง awareness ให้ brand หรือ สินค้า/บริการ หรือ campaign ควรจะทำควบคู่ไปกับ conversion objective ด้วย เช่น leads หรือ add to cart / purchase (กรณีมี e-commerce) เพื่อให้การลงโฆษณาบน Facebook มีประสิทธิภาพและตอบ business objective ได้ดียิ่งขึ้น

Comments

comments

Back to Top