analytics

ข้อมูลพื้นฐานเรื่อง Digital Analytics

June 12, 2019

ข้อมูลพื้นฐานเรื่อง Digital Analytics

Digital analytics คืออะไร

Digital analytics คืออะไร Digital Analytics ก็คือการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อเข้ามาช่วยให้ประสิทธิภาพของ Digital Marketing ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งออกได้เป็นหลาย ๆ อย่าง เช่น ด้านเว็บไซต์ หรือ ด้านการทำโฆษณา ยกตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อมูลของเว็บไซต์ โดยใช้เครื่องมือวัดผลที่มีอยู่มากมาย ส่วนใหญ่ที่ใช้กันทั่วไป คือ Google Analytics หรือที่เราเรียกว่า GA เข้าไปช่วยเก็บข้อมูลผู้ใช้งานเว็บไซต์ แล้วนำเอาไปวิเคราะห์ จากนั้นก็นำไปปรับเปลี่ยนหน้าหน้าตาเว็บไซต์ (UX/UI) หรือการหาสิ่งที่ผู้ใช้งานสนใจในหน้าสินค้า หรือหน้าบทความ เราสามารถดู behaviour flow ของตัวผู้ใช้งานได้ หรือ ทำ Event tracking เพื่อดูว่าผู้ใช้งานคลิกที่ปุ่มหรือ Link ไหนบ่อย ๆ หรือ ทำข้อมูลออกมาเป็น Report ของข้อมูลต่าง ๆ หรือข้อมูลผู้ใช้งานทั่วไป เช่น Location , อายุ , เพศ , devices ที่ใช้ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เราสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการทำธุรกิจได้ด้วย เพื่อให้ธุรกิจเติบโตขึ้น หรือมียอดขายเพิ่มขึ้น

ตัวเครื่องมือวัดผลมีหลายตัวมาก ๆ ขอยกตัวอย่างไว้ 3 ตัวที่ค่อนข้างมีจุดเด่นชัดเจน นอกเหนือ จาก GA ดังนี้

  1. Hotjar ตัวนี้ค่อนข้างมีจุดเด่นหลายอย่างเพราะมีหลายfunctionการใช้งานเช่นHeatmap, Videos Recordings, Funnels, Polls, Surveysซึ่ง Hotjar ตัวนี้เปิดใช้งานฟรีแต่ถ้าต้องการเก็บข้อมูลมากขึ้น ต้องใช้ package จ่ายเงินเพิ่มเติมตามประสบการณ์ที่ได้ลองใช้งานเราสามารถใช้งานตัวนี้ไปพร้อมกับ GA ได้เลยเพราะ GA ก็ไม่สามารถเห็นภาพแบบ Heatmap ที่จะเก็บข้อมูลภาพรวมแบบเห็นพฤติกรรมของคนใช้งานหน้าเว็บจริง ๆข้อมูลเหล่านี้ก็สามารถเอาไปปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ได้อย่างดีถือว่าเหมาะกับคนที่ทำ UX/UI ได้ดีด้วย
  2. Clickly จุดเด่นของตัวนี้คือมองภาพแบบ individual visitors คือดูข้อมูลของแต่ละคนได้นอกจากนั้นก็มี Heatmap เช่นกัน Clickly มี package ที่ให้ใช้งานฟรี แต่ถ้าต้องการเก็บและดูข้อมูลมากขึ้นก็ได้ใช้ package เสียเงินเหมือนกัน
  3. Facebook Analytics ตัวนี้ถือว่าเปิดให้ใช้งานฟรีทุก function แต่เราอาจจะคุ้นกับ Facebook Insight มากกว่าหลายคนเลยยังไม่ค่อยได้รู้จักตัวนี้เท่าไหร่ตัว facebook analytics เองสามารถใช้งานกับ website และ application ได้อีกด้วย ส่วนตัวยังไม่เคยลองเล่นตัวนี้สักเท่าไหร่เพราะการจะทำให้ใช้งานแบบ omni-channel คือทั้งตัว facebook กับ เว็บไซต์ ด้วยนั้นวิธีการ set up จะค่อนข้างซับซ้อนแต่ก็เป็นตัวที่น่าสนใจมากๆด้วย Facebook เองถือว่าเป็นข่องทางหลักช่องหนึ่งของการทำตลาดในยุคนี้ไปแล้วถ้าได้ศึกษาวิธีการใช้แล้วอาจจะมาเจาะลึกถึงตัวนี้กันอีกที

ประโยช์นที่เราจะได้รับจากการทำ digital analytics ที่ถูกต้อง 

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แบรนด์ที่เป็น e-commerce ส่วนใหญ่จะเห็นถึงความสำคัญของ data ทุกช่องทาง หรือบางแบรนด์ที่มีหน้าเว็บเป็นแค่เพียง Content อาจจะยังมองภาพของการวิเคราะห์ข้อมูลไม่ออก

จริง ๆ แล้วประโยชน์ของการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก หรือการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานที่เข้ามาให้ข้อมูล ไม่ว่าจะหน้าเว็บไซต์ หรือ Social ต่าง ๆ ลองคิดในแง่ของเงินที่เราทำโฆษณา บวกลบ ออกมาแล้วนั้น เราอาจจะอยากให้มันมีค่ามากกว่าแค่ดูข้อมูลเบี้องต้นของผู้ใช้งานเท่านั้น

คงไม่มีใครที่อยากดูแค่ว่าคนเข้าเว็บเรามากน้อยแค่ไหน หรือมี user เก่า ใหม่ เท่าไหร่ อยู่หน้าเว็บนานแค่ไหน แต่ประโยชน์ของการที่ทำ analytics ที่ถูกต้องคือ ต้องสามารถนำเอาข้อมูลเหล่านั้นออกมาวางแผนงานและวางกลยุทธ์ในด้านการทำธุรกิจหรือการตลาดให้มีประสิทธิภาพ

สิ่งที่ต้องเตรียมและต้องมีก่อนเริ่มทำ digital analytics

ทำความเข้าใจความต้องการของแบรนด์ก่อน ว่าแบรนด์อยากที่จะเอาข้อมูลเหล่านั้นไปเพื่ออะไร เพราะการวิเคราะห์ข้อมูลมีหลากหลายรูปแบบมาก ขึ้นอยู่กับแผนการตลาด หรือเป้าหมายของแบรนด์เองด้วย เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง

นอกจากเรื่อง objective แล้ว สิ่งที่เตรียมคือ 

  1. เวลา – การจะได้มาซึ่งข้อมูลเราก็ต้องให้เวลาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มากพอที่จะนำมาวิเคราะห์ ข้อมูลน้อยไปก็อาจจะไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ
  2. คน – บางแบรนด์อาจจะมีคนที่คอยวิเคราะห์ข้อมูลให้ แต่อาจจะเป็นการวิเคราะห์บางส่วน หรือ บางแบรนด์อาจจะไม่ได้มีใครที่คอยมานั่งวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดออกมาให้แล้วนำไปใช้งานได้ เพราะอย่างที่รู้กันคือ ตำแหน่ง data analytics หายากมาก และอัตราการจ้างก็ค่อนข้างสูง ด้วย scale งานอาจจะไม่ต้องถึงขั้นต้องจ้าง data analytics มานั่งวิเคราะห์ข้อมูลเล็กๆ ทั่วไป หรือ บางแบรนด์ก็ใช้งานผ่าน agency แทนก็มี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ แบรนด์เองต้องเห็นความสำคัญของข้อมูลก่อนนั้นเอง

ธุรกิจแบบไหนที่เหมาะกับการลงทุนทำ digital analytics

จริง ๆ ทุกธุรกิจก็ควรทำ digital analytics แต่ถ้ามองแบบง่าย ๆ ธุรกิจที่มี web e-commerce เหมาะกับการลงทุนทำ digital analytics มากที่สุด เพราะด้วยเงินที่แบรนด์ลงทุนไปกับการโฆษณา ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม ทุกแบรนด์ก็อยากจะให้เงินที่ลงทุนไปนั้นมีผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบของยอดขาย และต้องมีการปรับปรุงกลยุทธ์ แผนการตลาดอยู่ตลอด ดังนั้น ข้อมูลที่เข้ามาในเว็บไซต์ทุกอย่าง ถือเป็นสิ่งที่มีค่า ที่แบรนด์เองต้องการมากที่สุด ถ้าไม่มีข้อมูลเหล่านี้ แบรนด์เองก็คงไม่รู้จะปรับแผนการตลาดให้ถูกต้องตามใจผู้ใช้งานได้จริง ๆ

Web content ทั่วไป ก็สามารถลงทุนใน digital analytics ได้เช่นกัน เพียงแต่ scale งาน อาจจะเพียงแค่ ปรับเปลี่ยนหน้าตา UX/UI ให้ผู้ใช้งานใช้งานได้ง่ายมากขึ้น แต่การปรับเปลี่ยนนั้นเราจะได้ประโยชน์ในระยะยาว เพราะวันใดวันนึงหากโลกของ social เกิดหายไป ตัว web content ที่แหละที่จะยังเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีให้กับผู้ใช้งาน

ฝากถึงคนที่อยากจะเริ่มทำ digital analytics 

ข้อมูลเป็นเรื่องที่ละเอียด ดูซับซ้อน บางทีอาจจะเข้าใจยาก แต่อยากให้ทุกคนลองเปิดใจก่อน อยากให้ค่อยๆ เรียนรู้ไปกับมัน เพราะข้อมูลที่คุณได้มามีทั้งฟรี และ เสียเงิน คุณคงไม่อยากให้เงินที่ลงทุนไปต้องเสียเปล่า หรือแม้กระทั่งข้อมูลที่ได้มาฟรี ๆ นั้นก็อย่ามองข้ามมันไป เพราะในอนาคต การวางแผนหรือกลยุทธ์ทางการตลาดนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแน่นอน ด้วยความที่เป็น digital ใครเริ่มก่อนถือว่าได้เปรียบคู่แข่ง เพราะถ้าเค้ายังไม่เห็นคุณค่า เค้าก็อาจจะเสียโอกาสไปแน่นอน เพียงแค่ลงมือทำ แล้วคุณจะค่อยๆหลงรัก data ไปในทุกๆ วัน

Photo by Carlos Muza on Unsplash

Comments

comments