Consultancy

การติดตั้ง TikTok Pixel ผ่าน Google Tag Manager ละเอียดทุกขั้นตอน แบบฉบับปี 2024

January 9, 2024

การติดตั้ง TikTok Pixel ผ่าน Google Tag Manager ละเอียดทุกขั้นตอน แบบฉบับปี 2024

การติดตั้ง TikTok Pixel ผ่าน Google Tag Manager ละเอียดทุกขั้นตอน แบบฉบับปี 2024

การติดตั้ง TikTok Pixel ผ่าน Google Tag Manager ละเอียดทุกขั้นตอน แบบฉบับ 2024

TikTok หนึ่งใน Social Media น้องใหม่ไฟแรง ที่ไม่ว่าใครต้องรู้จัก นี่คือโอกาสสำหรับนักการตลาดที่ทำการโฆษณาเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใน Platform นี้ และวิธีการที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดี คือ การติดตั้ง TikTok Pixel

บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าทำไมถึงต้องมีการติดตั้ง TikTok Pixel นั่นเป็นเพราะว่า TikTok Pixel ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเก็บรวบรวมพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่มีส่วนร่วมบนหน้าเว็บไซต์มาวิเคราะห์และกำหนดว่ากลุ่มเป้าหมายของเราที่เห็นโฆษณาแล้วเข้ามายังเว็บไซต์เป็นใครบ้าง โฆษณาของเรามีประสิทธิภาพไหม หรือจะใช้ในการวัดผลโฆษณาก็ย่อมได้

ซึ่งเราจะทำการติดตั้งผ่าน Google Tag Manager ซึ่งเป็นระบบการจัดการแท็กที่ง่าย รวดเร็ว และสะดวก รวมถึงเหมาะสำหรับนักการตลาดแบบเรา

เพราะฉะนั้นบทความนี้เราจะมาดูขั้นตอนตั้งแต่การติดตั้ง การตรวจสอบ จนไปถึงการดู Performance ที่เป็นประโยชน์กับนักการตลาดอย่างแน่นอน

ผู้อ่านสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อนี้ได้เลย

การสร้าง TikTok Pixel

1. เริ่มจากการเข้าหน้าเว็บไซต์ https://business.tiktok.com/

2. หลังจากนั้นให้ Log-in ด้วย Account ของตัวเอง

3. เมื่อเข้าสู่หน้า Business Account แล้ว

4. เลือกเมนูซ้ายมือ Advertiser Account > เลือก Account Ads ที่ต้องการ > คลิกที่ Ads Manager

5. เลือก Tab Menu ด้านบน Tools > Events

6. เลือก web Event > Manage

7. คลิก Create Pixel

8. ตั้งชื่อ Pixel Name > เลือก TikTok Pixel > คลิก Next

9. เลือก Manually Install Pixel Code > คลิก Next

10. เลือก Custom Code > คลิก Next

11. Copy Pixel Code > คลิก Next

การติดตั้ง TikTok Ads Pixel ผ่าน Google Tag Manager

1. เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ https://tagmanager.google.com

2. เลือก Account ที่ต้องการ

3. เลือก Tag > New (เพื่อสร้าง TikTok Pixel Based Code)

4. ตั้งชื่อ Tag > คลิกพื้นที่ Tag Configuration

5. เลือก Custom HTML

6. คลิกตรง HTML > วาง TikTok Pixel Code ที่ได้ Copy มาจาก TikTok Business Center

7. คลิกพื้นที่ Triggering

8. คลิกสัญลักษณ์ +

9. ตั้งชื่อ Trigger Name > คลิกพื้นที่ Trigger Configuration > เลือก Page View (สำหรับการ Track Page View)

10. เลือก All Page Views (สำหรับ Track Page View ทุกหน้า) > คลิก Save

11. คลิก Save อีกครั้ง

12. เลือก Tag > New (เพื่อ Track การ View Content ในหน้าลงทะเบียนนั้น ๆ)

13. ตั้งชื่อ Tag > คลิกพื้นที่ Tag Configuration

14. เลือก Discover more tag types in the Community Template Gallery

15. คลิกเครื่องหมายแว่นขยาย เพื่อค้นหา

16. ค้นหาคำว่า ‘TikTok’ > เลือก TikTok Pixel

17. กลับไปยัง TikTok Business Center > Copy ID Event ที่ได้สร้างไว้

18. กลับมายัง Google Tag Manager > ช่อง Pixel ID กดวาง ID Event > ช่อง Trigger Event เลือก ViewContent

19. คลิกพื้นที่ Triggering

20. คลิกสัญลักษณ์ +

21. ตั้งชื่อ Trigger > คลิก พื้นที่ Trigger Configuration > เลือก Page View

22. หัวข้อ This trigger fires on เลือก Some Page Views > เลือก Page URL > Contains > ชื่อ Path ที่ต้องการ Tracking (ตัวอย่างตาม Text สีแดง https://www.xxx.co.th/registerform/register_xxx/) > คลิก Save

23. กด Save อีกครั้ง

24. เลือก Tag > New (เพื่อ Track การ Summit Form ในหน้าลงทะเบียนนั้น ๆ)

25. ตั้งชื่อ Tag > คลิกพื้นที่ Tag Configuration

26. คลิกเครื่องหมายแว่นขยาย เพื่อค้นหา

27. ค้นหาคำว่า ‘TikTok’ > เลือก TikTok Pixel

28. กลับไปยัง TikTok Business Center > Copy ID Event ที่ได้สร้างไว้

29. ช่อง Pixel ID วาง ID Event > ช่อง Trigger Event เลือก CompleteRegistration

30. คลิกพื้นที่ Triggering

31. คลิกสัญลักษณ์ +

32. ตั้งชื่อ Trigger > คลิก พื้นที่ Trigger Configuration > เลือก Element Visibility (ขึ้นอยู่กับ Form ในหน้าเว็บไซต์ จากตัวอย่างนี้เมื่อมีการ Submit Form จะปรากฏหน้าต่างขึ้นมา ดังนั้นเพียงแค่มองเห็นหน้าต่างดังกล่าว หมายความว่าได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จึงเลือกเป็น Element Visibility)

33. ทำการหา Element ID จากหน้าเว็บไซต์เพื่อ Trackโดยการกด Inspect จากหน้าเว็บไซต์เพื่อดู ID

34. Copy ID ส่วนที่ต้องการ Trigger ว่าส่วนนี้หมายถึง Complete Register

35. ช่อง Selection Method เลือก ID > วาง ID ที่ได้ Copy ไว้ในช่อง Element ID > กด Save

36. กด Save อีกครั้ง

37. กด Preview

38. ใส่ Link Website ที่ต้องการ > กด Connect

39. กด Continue

40. ดูข้อมูลตรง Tag Fired ว่ามี Tag ที่เรา Create ขึ้นครบถ้วนหรือไม่ (ตัวอย่างนี้เป็นการ Preview ตัว Tag Based code และ View Content เท่านั้น ยังไม่รวม Complete Register เนื่องจากต้องทำการลองลงทะเบียนก่อนแล้วกลับมาเช็กที่ Tag Fired อีกครั้งจะปรากฏ Tag ดังกล่าว)

41. หลังจากนั้นทำการลองลงทะเบียนบนหน้าเว็บไซต์ > ข้อมูลตรง Tag Fired ว่ามี Tag ครบทั้งหมด

42. เมื่อเช็ค Tag Fires ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว กด Submit (ทุกครั้งต้องทำการ Submit เสมอ)

การทดสอบ Event บน TikTok Business Center

1. Test Event โดยการเข้ามายังหน้า Web Event > Manage > เลือก Event ที่เราได้สร้างไว้

2. หลังจากนั้นเลือก Test Event

3. ใส่ Website URL ที่ต้องการ Test > กด Generate  QR Code

4. ปรากฏ QR Code ให้เรานำโทรศัพท์มือถือเข้า Application TikTok แล้วทำการสแกน QR Code > แล้วทำการลงทะเบียน

5. เมื่อทำการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ข้อมูล Activity จะปรากฏตามภาพคือ Complete Registration

เพียงเท่านี้เราสามารถติดตามพฤติกรรมหรือกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามายังเว็บไซต์จากการติดตั้ง TikTok Pixel ได้แล้ว

การดู Report TikTok Ads Performance ผ่าน TikTok Business Center

การดู Report TikTok Ads Performance แบบง่าย ๆ เราสามารถดูผ่านระบบ TikTok Business Center หรือจะ Export เป็น XLS หรือ CSV ได้เหมือนกัน

เริ่มจากการดู Report TikTok Ads Performance ผ่านระบบ TikTok Business Center

1. เมื่อเข้ามายัง Ad Account สามารถกดเลือกดูผ่าน Dashboard จะแสดงผลรวมของ Performance จากที่มีการซื้อ Ads ใน Ads Account นั้น ๆ

2. หรือจะเลือกดูในรูปแบบ Campaign ซึ่งสามารถ Customize ข้อมูลได้ตามต้องการ โดยการเลือกเมนู Campaign ด้านบน

3. จะปรากฏตารางข้อมูล Performance ให้สามารถดูรายละเอียดได้มากขึ้น

4. หรือการ Export ข้อมูล Ads Performance ออกมาเป็นไฟล์ XLS หรือ CSV 

5. โดยการกดเมนูด้านบนที่ Tools > เลือก Custom Report

6. หลังจากนั้นกด Create สามารถเลือกได้ทั้ง Custom Report ได้ตามต้องการ หรือเลือก From Template คือเป็นเทมเพลตที่ทางระบบสร้างให้ จากตัวอย่างเลือกแบบ Custom Report

7. หลังจากนั้นเราสามารถ Custom เลือกข้อมูลได้ตามต้องการ (จากตัวอย่างได้มีการเลือก Metrics เพิ่มเติม / Filter ชื่อแคมเปญ และ จุดประสงค์ของแคมเปญ / Period ที่ต้องการดูข้อมูล)

8. ต่อมากด Export

9. ตั้งชื่อ Report > เลือกรูปแบบของ Report > กด Export

10. เมื่อ Export เรียบร้อยแล้ว เปิดไฟล์ขึ้นมาจะปรากฏข้อมูลตามที่เรา Custom ไว้

การดู Report TikTok Ads Performance ผ่าน Looker Studio

นอกจากการดู Report ผ่านระบบ TikTok Business Center หรือ Export ข้อมูลออกมาเป็นไฟล์แล้ว เรายังสามารถดูผ่าน Looker Studio ในรูปแบบ Dashboard โดยการใช้ Connector หรือ Google Sheet ได้ง่าย ๆ 

ขออธิบายเครื่องมือ Looker Studio แบบสั้น ๆ คือเครื่องมือที่สามารถดึงข้อมูลจาก Platform ต่าง ๆ ให้แสดงผลในลักษณะ Data Visualization ได้หลากหลาย และเข้าใจง่าย ด้วยรูปแบบกราฟ แผนภูมิ ตาราง และอื่น ๆ  

ส่วน Connector มีทั้ง Google Connector (สามารถใช้ได้ฟรี) เช่น Google Analytics, Google Ads และ Google Sheets เป็นต้น และ Partner Connector (มีทั้งฟรีและมีค่าใช้จ่าย) เช่น Supermetrics หรือ Porter Metrics เป็นต้น

เราจะมาเริ่มต้นสร้าง Report ด้วย Looker Studio ผ่าน Google Connector อย่าง Google Sheet โดยใช้ข้อมูล Performance Ads จากที่เราได้ Export ผ่าน TikTok Business Center ออกมาเป็น XLS ก่อนหน้านี้

1. ขั้นแรกให้เราเตรียมข้อมูลขึ้น Google Sheets ไว้ก่อน

2. เข้ามายังเว็บไซต์ lookerstudio.google.com

3.กด Create มุมซ้ายบน > เลือก Report

4. เลือก Connect to data > เลือก Google Sheets

5.เลือก Spreadsheet ที่ได้สร้างไว้ > เลือก Worksheet ที่ต้องการ > กด Add

6.ทำการตั้งชื่อ Report (จากตัวอย่างภาพ บริเวณพื้นที่การทำงานระบบจะสร้าง Table แบบ Default ไว้ให้ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนโดยการ Custom ข้อมูลที่ต้องการ จากเมนู Chart สามารถเลือกจากแท็บ Setup เพื่อเลือก Dimension และ Metrics ที่ต้องการ และแท็บ Style เป็นการออกแบบกราฟหรือแผนภูมิได้ตามต้องการในด้านขวามือ)

7. ทำการสร้าง Chart ที่ต้องการและเหมาะสมกับข้อมูลได้จากเมนู Add a chart ด้านบน จะมีกราฟให้เลือกหลากหลายรูปแบบ


8. ตัวอย่างได้มีการเลือกใช้ Chart ในรูปแบบ Scorecard, Pie Chart, Line Chart และ Table ในการดูข้อมูล Report

ต่อมาลองแบบใช้ Connector ดูกันบ้าง ตัวอย่างนี้จะใช้เป็น Porter Metrics ในการดึงข้อมูลจาก TikTok Business Center

1. เราต้องการสร้างจาก Report เดิมโดยการเพิ่ม Page ใหม่

2. หลังจากนั้นทำการ Add Data > ค้นหาคำว่า TikTok Ads และเลือก Connector ที่ต้องการ

3.เลือก Business Account ที่ต้องการ > กด Next

4.เลือก Ad Account ที่ต้องการ > กด Add

5. กด Add to Report

6. หลังจากนั้นเลือก Chart ที่ต้องการและเหมาะสมกับข้อมูลได้จากเมนู Add a chart ด้านบน และ Custom ได้ตามต้องการ

ข้อแตกต่างของการใช้ Connector สามารถเลือก Dimension และ Metrics ได้ทั้งหมด โดยเป็นข้อมูลเดียวกับที่ Platform มีเนื่องจากดึงข้อมูลตรงจาก Platform ต่างจาก Google Sheets ที่สามารถเลือกข้อมูลได้เฉพาะที่มีใน Google Sheets เท่านั้น

โดยบทความนี้สามารถช่วยให้คุณสามารถติดตั้ง TikTok Pixel และดู Performance TikTok Adsได้ด้วยตัวเอง ในการติดตามพฤติกรรม แล้วนำข้อมูลมาช่วยในการวิเคราะห์แคมเปญในอนาคต รวมไปถึงการ Retarget ไปยังกลุ่มเป้าหมายให้กลับมาตัดสินใจซื้อสินค้าที่เว็บไซต์ของเราได้ ซึ่งในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าแทบทุกธุรกิจการสื่อสารผ่าน TikTok ถือว่าช่วยเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจของคุณได้ไม่ต่างจาก Platform อื่น  

ท้ายสุดนี้ หากใครที่มองหาบริการติดตั้ง Code เพื่อเก็บข้อมูลพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายบนเว็บไซต์ (Facebook Pixel, Line Tag Pixel, TikTok Pixel, Google Tag Manager, Google Analytics) อยู่ ทาง TWF Agency เรามีบริการ หรือสามารถดูบริการอื่นเพิ่มเติม https://bit.ly/3tFnH8I หรือ ติดต่อได้ที่ https://bit.ly/3H2BsRU

Data Analytics, Social Media Specialist | TWF Agency